การเลี้ยง ไก่พันธ์เนื้อ

#0มี 3 พันธ์ คือ โร๊ดไอแลนด์ บาร์พลีมัธร๊อค และเซียงไฮ้ #1ลูกไก่เนื้อ 18.50บาทต่อตัว#2 สร้างโรงเรือนแบบหน้าจั่ว มุงด้วยแฝกขนาดกว้าง 14 เมตร ยาว 100 เมตร ต้องมีการถ่ายเทอากาศได้ดี ฝาโรงเรือนเป็นมุ้งตาข่ายเพื่อกันลม กันหนู และงูได้
ปรับพื้นอัดดินให้แน่นและเรียบ แล้วโรยปูนขาวเพื่อกันเชื้อโรค และแมลง ปูพื้นด้วยแกลบแล้วพ่นยาฆ่าเชื้อ พักเล้าไว้ประมาณ 10 วัน แล้วติดตั้งที่ให้อาหารและน้ำ

#3 การให้อาหารไก่แต่ละสัปดาห์จะต้องมีความสัมพันธ์กับน้ำหนักลูกไก่ ถ้าหากไก่หนักมากกว่ามาตรฐานที่กำหนด จะต้องลดจำนวนอาหารที่ให้ลงไป หรือถ้าน้ำหนักเบามากกว่ามาตรฐานก็ต้องเพิ่มอาหารให้มากกว่าที่กำหนด รวมทั้งตรวจสอบคุณภาพอาหารด้วย ดังนั้นผู้เลี้ยงจะต้องทำการสุ่มชั่งน้ำหนักของลูกไก่ทุก ๆ สัปดาห์ แล้วเปรียบเทียบกับมาตรฐานพร้อมทั้งบันทึกข้อมูลในแบบฟอร์ม เช่นเดียวกับตารางที่ 1 ซึ่งจัดทำไว้ในสมุดปกแข็งของสถานี และเก็บไว้เป็นหลักฐานของแต่ละปีงบประมาณ
อาหารผสมที่ให้ในระยะ 0-6 สัปดาห์นี้มีโปรตีน 18% พลังงานใช้ประโยชน์ได้ 29000 M.E. Kcal/Kg แคลเซี่ยม 0.8% ฟอสฟอรัส 0.40% เกลือ 0.5% และมีส่วนประกอบของกรดอะมิโนครบตามความต้องการ (ดังตารางที่ 2) สำหรับไวตามินจะให้มากกว่า NRC 20 หรือเสริมเพิ่มในอาหาร 120% ส่วนแร่ธาตุต่าง ๆ ให้ครบตามที่ NRC กำหนด ส่วนประกอบของอาหารที่รายละเอียดดังแสดงไว้ในตารางที่ 2 #4 นำไก่เนื้อเกรด A อายุ 1 วัน มาเลี้ยงในเล้ากก ควบคุมอุณหภูมิโดยใช้หลอดไฟ 100 แรงเทียนหรือจะใช้แก๊สอบ เพื่อให้ลูกไก่ได้รับความอบอุ่น
เมื่อครบ 10 วัน ให้วัคซีนป้องกันโรคนิวคาสเซิ่น และควรให้ลูกไก่ได้รับโปรตีนไม่น้อย 21 % ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 3 สัปดาห์
เมื่อไก่อายุครบ 48-50 วัน น้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 2.2 กิโลกรัม พยายามควบคุมไม่ให้ไก่ตายเกิน 5 % #5 การเลี้ยงไก่เนื้อให้คุณภาพดี ต้องรักษาความสะอาด การสุขาภิบาลและควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสม เพราะไก่จะเสี่ยงกับการเป็นโรคหวัดได้ง่าย ระวังอย่าให้เสียงดังรบกวนไก่เนื้อ เพราะอาจทำให้ไก่ตกใจและตายได้

ก่อนเอาลูกไก่ปล่อย จะต้องฆ่าเชื้อโรคในโรงเรือนอย่างน้อย 3 ครั้ง และต้องเงียบสงบโดยจะต้องเลี้ยงในระบบปิดระบายอากาศในโรงเรือนด้วยไอน้ำ จึงจะให้ผลผลิตสูง อัตราการรอดของไก่สูง




ความคิดเห็น




การเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่
การเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่

การเตรียมบ่อและเตรียมน้ำ
- ตากบ่อให้แห้ง บ่อลึกประมาณ 1.20 เมตร
- ปรับสภาพโดยเอาเลนก้นบ่อออก
- สูบน้ำจากบ่อพักน้ำเข้าบ่ออย่างน้อย 1.0 เมตร
- หว่านปูนโดโลไมท์ 2.5 กก./ไร่ กลางวัน
- ตีน้ำทิ้งไว้ 1 คืน
- สร้างสีน้ำและสัตว์หน้าดิน

การสร้างสัตว์หน้าดินและอาหารธรรมชาติ
- ปุ๋ยสูตร 15-20-0 ไร่ละ 2 กก.
- ผสมอาหารเบอร์ 1 ไร่ละ 2 กก.
- รำละเอียด ไร่ละ 2 กก.
- ผสมน้ำ 10 ส่วน หมักทิ้งไว้ 1 คืน
- สาดให้ทั่วบ่อ ตีน้ำทิ้งไว้จนเกิดสัตว์หน้าดิน

การปล่อยลูกกุ้ง
- ปล่อยลูกกุ้งในขณะที่มีแสงแดด
- ตีน้ำเพิ่มออกซิเจนและปรับอุณหภูมิ
- เติมเกลือ เพื่อเพิ่มอัตรารอดของลูกกุ้ง

การใช้เกลือในการปล่อยลูกกุ้ง
- ใส่เกลือในกระสอบๆ ละ 40 กก.
- ลูกกุ้ง 200,000 - 300,000 ตัว ใช้เกลือ 10 กระสอบ วางห่างกัน 2 เมตร
- หว่านปูนโดโลไมท์ ทุก 10 วัน
- เติมจุลินทรีย์ทุก 10 วัน

การให้อาหาร
- เดือนแรกให้วันละ 4 มื้อ เวลา 6.00 น., 12.00 น., 16.00 น., 20.00 น. (ลูกกุ้ง 100,000 ตัว ให้อาหาร 1 กก./วัน)
- เดือนที่สองเป็นต้นไป ให้วันละ 3 มื้อ เวลา 6.00 น., 12.00 น., 16.00 น.

คุณภาพน้ำที่สำคัญ
- พีเอชเช้า ไม่ต่ำกว่า 7.5 พีเอชต่ำอัตรารอดต่ำ
- พีเอชบ่าย ไม่สูงกว่า 8.5 พีเอชสูง กุ้งโตช้า เปลือกสากไม่ลอกคราบมีซูโอแทมเนียมเกาะตามเปลือก

ปัญหาระหว่างการเลี้ยง
- เหงือกดำ เหงือกบวม เกิดจากพื้นบ่อไม่สะอาด แก้ไขโดย ถ่ายน้ำแล้ว เติมจุลินทรีย์ เปิดเครื่องตีน้ำ
- เป็นโรคตัวสีส้ม ส่วนหัวจะมีสีส้ม ตัวซีดกว่ากุ้งปกติ น่าจะมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือ ไวรัส การป้องกันโดยพักน้ำนานอย่างน้อย 10 วัน ก่อนปล่อยลูกกุ้งหรือก่อนการย้ายกุ้งลงไปเลี้ยงในบ่อ

ที่มา:http://www.rdi.ku.ac.th/Techno_ku60/res-67/index67.html

การเลี้ยงหมู
การเลี้ยงหมู
การเลี้ยงปลาดุก
การเลี้ยงปลาดุก
การเลี้ยงหมูในหลุม
การเลี้ยงหมูในหลุม
การเลี้ยงกุ้งก้ามกรามแบบคอนโด
การเลี้ยงกุ้งก้ามกรามแบบคอนโด
การเลี้ยงโคนม วัวนม
การเลี้ยงโคนม วัวนม
การเลี้ยงไก่พันธ์เนื้อ
การเลี้ยงไก่พันธ์เนื้อ
การเลี้ยงกบ
การเลี้ยงกบ
การเลี้ยงปลานิล
การเลี้ยงปลานิล
การเลี้ยงโคเนื้อ วัวเนื้อ
การเลี้ยงโคเนื้อ วัวเนื้อ
การเลี้ยงไก่พื้นเมือง
การเลี้ยงไก่พื้นเมือง
การเลี้ยงกระต่าย
การเลี้ยงกระต่าย
การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม
การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม






© 2014 5nok.com การเลี้ยงไก่พันธ์เนื้อ || Privacy &Terms