การเลี้ยง โคเนื้อ วัวเนื้อ

#0
โคที่นิยมเลี้ยงกันมีหลายพันธุ์ เช่น โคพื้นเมือง โคพันธุ์บราห์มัน โคพันธุ์ชาร์โรเล่ส์ โคพันธุ์ซิมเมนทัล โคพันธุ์ตาก โคพันธุ์กำแพงแสน โคพันธุ์กบินทร์บุรี โคพันธุ์เดร้าท์มาสเตอร์ โคพันธุ์ฮินดูบราซิล


โคที่จะซื้ออาจเป็นโคสาวที่ยังไม่ได้รับการผสมพันธุ์ โคสาวตั้งท้อง แม่โคที่เคยให้ลูกแล้ว แม่โคท้อง หรือแม่โคลูกติด หากซื้อโคสาวอาจราคาถูกแต่ไม่แน่ว่าอาจมีปัญหาการผสมติดหรือไม่ หากซื้อแม่โคท้องหรือมีลูกติดก็แน่ในได้ว่าไม่มีปัญหาด้านการผสมติด แต่ราคาสูงกว่า การขนส่งแม่โคท้องต้องระมัดระวังไม่ให้แท้ง และควรสอบถามว่าพ่อพันธุ์ของลูกในท้องเป็นพันธุ์ใด จะได้ต่อรองราคาให้เหมาะสมได้

การประมาณอายุว่าเป็นโคสาวหรือโคแก่หรือไม่ ดูได้จากฟันของโค โคจะมีเฉพาะฟันล่างเท่านั้น ฟันของโคมีทั้งฟันหน้าและฟันกรามดูได้ยาก โคมีฟัน 2 ชุด คือ ฟันน้ำนม เป็นพันชุดแรกที่งอกในลูกโค จะงอกครบ 8 ซึ่ (4 คู่) ภายใน 1 เดือนหลังคลอดและคงอยู่ต่อไปจนโคอายุประมาณ 1 ปีครึ่ง ฟันน้ำนมจะทยอยหลุดไปแล้วฟันแท้งอกขี้นมาแทน ฟันแท้คู่แรกจะมาแทนเมื่อโคอายุ 2 ปี การงอกของทั้งฟันน้ำนมและฟันแท้จะเริ่มจากคู่กลางก่อน คู่ที่ 2, ล และ 4 จะอยู่ถัดออกไปทั้ง 2 ข้าง ตามลำดับ การประมาณอายุโคดูได้จากฟันแท้ตามภาพ ในภาพฟันสีขาวเป็นฟันน้ำนม ฟันสีเข้มเป็นฟันแท้
#1
ราคาลูกโค มีตั้งแต่ราคา 3000 บาท ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับสายพันธ์และอายุ
#2
โรงเรือนควรอยู่ใกล้แปลงพืชอาหารสัตว์ มีรางอาหารอยู่หน้าคอก อีกทั้งมีทั้งส่วนที่เป็นร่มเงาและที่โล่งแจ้ง วัวหรือโคสามารถอยู่ได้สบาย ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป
#3
-อาหารชนิดเดียว เช่น รำ ปลายข้าว ข้าวโพดบด กากถั่วเหลือง กากถั่วลิสง กากปาล์ม ฯลฯ

-อาหารข้นสำเร็จรูป ใช้เลี้ยงเสริมกับอาหารหยาบ สามารถนำมาใช้เลี้ยงโคได้เลยโดยผู้เลี้ยงไม่ต้องนำวัตถุดิบอย่างอื่นมาผสมอีก อาจอยู่ในรูปอาหารผงหรืออัดเม็ดก็ได้ ส่วนใหญ่ประกอบด้วยรำ ปลายข้าว หรือข้าวโพดบด กากถั่วเหลือง กากถั่วลิสงหรือกากปาล์ม ปลาป่น ใบกระถินป่น ไวตามิน และแร่ธาตุ
-หัวอาหาร เป็นอาหารที่ประกอบด้วยอาหารโปรตีนสูงผสมกัน เช่น กากถั่วเหลือง กากถั่วลิสง ปลาป่น ใบกระถินป่น ไวตามิน และเกลือแร่ เมื่อจะใช้ผู้เลี้ยงจะต้องนำวัตถุดิบอย่างอื่นซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ให้พลังงานสูงที่สามารถหาง่ายในท้องถิ่นมาผสมตามสัดส่วนที่ผู้ผลติหัวอาหารกำหนดไว้จึงจะได้คุณค่าทางอาหารตามที่ต้องการ วัตถุดิบที่ต้องนำมาผสม เช่น รำ ปลายข้าว ข้าวโพดบด ฯลฯ

-อาหารสำเร็จรูป "ที เอ็ม อาร์ (TMR หรือ total mixed ration)" เป็นอาหารผสมระหว่างอาหารหยาบและอาหารข้น สามารถนำไปใช้เลี้ยงโคได้เลยโดยไม่ต้องให้อาหารหยาบอีก เช่น หญ้าสด เหมาะสำหรับฟาร์มที่หาอาหารหยาบได้ยาก

-หญ้าสด เช่น หญ้ารูซี่ กินนีสีม่วง หญ้าขน แพงโกล่า เฮมิล ฯลฯ ในฤดูฝนมักมีหญ้าสดเกินความต้องการของโค จึงควรถนอมไว้เป็นอาหารสัตว์ในฤดูแล้งโดยการทำญ้าแห้งหรือหญ้าหมัก-

-พืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วฮามาต้า แกรมสไตโล คาวาลเคด เซนโตรซีมา ซีราโตร กระถิน แคฝรั่ง ไมยรา ฯลฯ

- วัสดุพลอยได้จากการปลูกพืชสามารถนำมาใช้เลี้ยงโคได้ เช่น ฟางข้าว ต้นข้าวโพด ยอดอ้อย มันสำปะหลัง ต้นถั่วลิสง ต้นถั่วเหลือง ฯลฯ


-แร่ธาตุก้อน สำหรับโคกระบือขาย ทำเป็นก้อนทรงกลมหรือสี่เหลี่ยมลูกบาศก์สำหรับวางหรือแขวนไว้ให้สัตว์เลียกิน ขนาดก้อนละ 2 ก.ก. ราคาประมาณ 30 - 50 บาท แร่ธาตุแบบนี้ใช้ได้สะดวก

-แร่ธาตุผล ผู้เลี้ยงอาจผสมแร่ธาตุผงตั้งไว้ให้โคเลียกิน หรือใช้ผสมในอาหารข้นสูตรที่แนะนำโดยกองอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์




#4

-หลังจากคลอดมาแล้ว พยายามให้ลูกโคได้กินนมน้ำเหลืองจากแม่โคให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

-การเลี้ยงดูลูกโค ต้องเอาใจใส่ให้ได้รับนมอย่างเพียงพอ อย่าให้ลูกโคกินหญ้าตั้งแต่อายุน้อยจนเกินไป

-คอยระวังอย่าให้ลูกโคตากฝน หรือโดนลมหนาวโกรกมากๆ เพราะจะทำให้เกิดโรคในปอดได้ง่าย และควรให้ลูกโคได้ตากแดดบ้าง

-ควรถ่ายพยาธิลูกโคตั้งแต่อายุ 3 เดือนขึ้นไป หรือตั้งแต่ลูกโคเริ่มกินหญ้าได้ และถ่ายเป็นประจำทุก 6 เดือน

-ช่วงที่แม่โคตั้งท้องควรบำรุงด้วยอาหาร และเกลือแร่ให้เพียงพอ เพื่อให้แม่โคแข็งแรงไม่ผอมหรืออ้วนเกินไปซึ่งจะมีผลให้ลูกโคแข็งแรงไปด้วย
#5

-โรคแอนแทรกซ์ ควรนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนสำหรับป้องกันโรคนี้
-โรคปากและเท้าเปื่อย ป้องกันโดยการนำโคไปฉีดวัคซีนทุก 6 เดือน
-โรคคอบวม หรือโรคคอตีบ จัดทำโรงเรือนถูกสุขลักษณะ อาหารถูกสุขลักษณะ
-โรคไข้ขา พยายามอย่าให้สัตว์เกิดบาดแผลขึ้นได้ ในกรณีที่มีบาดแผลเกิดขึ้น ให้ทำความสะอาดบาดแผลด้วยยาฆ่าเชื้อโรคให้สะอาด และหมั่นรักษาบาดแผลให้สะอาดจนแผลหาย
-โรคแท้ง เมื่อโคป่วยหรือผสมไม่ค่อยติด และสงสัยว่าจะเป็นโรคนี้ควรติดต่อนายสัตวแพทย์ให้มาทำการตรวจรักษา





ความคิดเห็น




การเลี้ยงปลานิล
การเลี้ยงปลานิล

#0
ไก่พื้นเมือง หรือเรียกว่า ไก่บ้าน หรือไก่ไทยเป็นไก่ที่เลี้ยงง่าย กินอาหารที่มีอยู่ตามธรรมชาติได้ เริ่มต้นจากซื้อลูกไก่อายุประมาณ 1 เดือนขึ้นไปมาเลี้ยง สร้างโรงเรือนหรือเล้าให้ไก่นอนแบบง่ายๆ โดยใช้วัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น เช่น ไม้ไผ่นำมากั้นเป็นเล้า มุงหลังคาด้วยแฝกหรือจาก พื้นเล้าต้องไม่ชื้นแฉะ อาจปูด้วยแกลบ ขี้เลื่อย หรือฟางแห้ง หนาอย่างน้อย 4 ซ.ม. และต้องเปลี่ยนทุกๆ 3 เดือนให้หนาเท่าเดิมอยู่เสมอ เล้าไก่ต้องมีประตูเปิด-ปิดได้ เพื่อให้ไก่ออกหาอาหารกินเองภายนอกได้

สายพันธุ์เหลืองหางขาว
เป็นสายพันธุ์ไก่ชน มีลักษณะ เด่นๆ คือ
- ปากสีขาวอมเหลือง หรือสีงาช้าง ปากสั้น อวบใหญ่คล้ายปากนกแก้ว และมีร่องน้ำชัดเจน กลางปากนูนเป็นสันข้างๆ เป็นร่องน้ำ
- ตาเป็นตาเหยี่ยว หัวตาแหลม ตาดำคว่ำ ตาดำเล็กและรี รอบๆ ตาตำสีขาวอมเหลือง
- หงอนหิน ด้านบนของหงอนบางเรียบ ปลายหงอนยาวเลยตา โคนหงอนโค้งติดกับศรีษะ
- ตุ้มหูสีแดงเดียวกับหงอนเล็ก ไม่หย่อนยานรัดกับใบหน้า เหนียงเล็กรัดติดคาง
- รูปใบหน้าแหลมยาว มีเนื้อแน่น ผิวหน้าเรียบเป็นมันกะโหลกศรีษะหนายาว
- ลักษณะลำตัวอกแน่น กลม มีเนื้อเต็ม กระดูกอกยาวตรง หลังเป็นแผ่นกว้างมีกล้ามเนื้อมาก
- หลังเรียบตรงไม่โค้งนูน ไหล่กว้างยกตั้งตรง คอใหญ่ กระดูกคอถึ่ ปั้นขาใหญ่ กล้ามเนื้อมาก เนื้อแน่น แข็งแรง ผิวหนังขาวอมเหลือง ขาวอมแดง
- สีขนลำตัวดำมีขาวแซมบ้างที่หัว หัวปีก ข้อขา สร้อยคอเหลืองชัดเจน ยาวประบ่า
- สร้อยหลังเป็นสีเดียวกับสร้อยคอเรียงกันเต็มแผ่นหลัง เริ่มจากโคนคอถึงโคนหาง เส้นขนละเอียดยาวเป็นระย้า สร้อยปีกสีเดียวกับสร้อยคอเรียงกันแน่นเต็มบริเวณหัวปีกถึงปีกชัย
- ขนหางกะลวยมีสีขาวพุ่มออกยาว เห็นเด่นชัดยิ่งขาวและยาวมากยิ่งดี ขนหางควรพุ่งตรงและยาว ปลายโค้งตกลงเล็กน้อย
- ขาแข้งมีเดือยขาวอมเหลืองสีเดียวกับปาก เกล็ดแข็งแน่นหนาเรียบ เดือยใหญ่แข็งแรง นิ้วยาว เล็บสีขาวอมเหลือง ไม่มีสีดำปน
- เพศเมียลำตัวสีดำ ปาก แข้ง หงอน และใบหน้าสีเดียวกับไก่เพศผู้



สายพันธุ์ประดู่หางดำ

- เป็นสายพันธุ์ไก่ชน มีปากสีดำ อูมใหญ่ โดยปากจะคล้ายปากนกแก้ว ปากบนมีร่องน้ำทั้งสองข้าง ระหว่างร่องน้ำจะเป็นสันราง
- ตาสีประดู่ หรือแดงอมม่วง หรือตาออกสีดำ หรือสีแดง
- หงอนหินไม่มีจักเลย
- สร้อยคอสีประดู่ยาวประบ่า ปีกใหญ่ยาว สร้อยปีกสีเดียวกับสร้อยคอ สร้อยหลังสีประดู่ยาวระย้าประก้น
- ขนลำตัวขนปีกและหางสีดำ กะลวยหางดำ โคนขาใหญ่
- หน้าอกกว้าง และยาวเนื้อเต็มแน่น
- ขาแข้ง เล็บและเดียยสีดำ
- เพศเมียสีเดียวกับเพศผู้แต่ไม่มีสร้อย


สายพันธุ์เขียวกาหรือเขียวหางดำ

- ลักษณะทั่วไปคล้ายๆ กับประดู่หางดำ ปากดำ
- หงอนหิน หน้าหงอนบางกลางหงอนสูง ท้ายหงอนจะตกกดกระหม่อม
- สร้อยคอหลังและสร้อยหางสีเขียว
- ขนปีกและลำตัวเขียว หางดำ
- แข้งดำ เล็บดำ




พ่อไก่ที่ดีจะต้องมีรูปร่างสมบูรณ์ และแข็งแรง มีน้ำหนักตั้งแต่ 2.5 กก. ขึ้นไป มีอายุตั้งแต่ 9 เดือน แต่ไม่เกิน 3 ปี

แม่ไก่ที่ดี จะต้องมีรูปร่างสมบูรณ์และแข็งแรง มีน้ำหนักตัวตั้งแต่ 1.5 กก. ขึ้นไป มีอายุตั้งแต่ 7 เดือน แต่ไม่เกิน 3 ปี #1ค่าพันธุ์ไก่ (อายุ 1 เดือน) ราคาตัวละประมาณ 8-10 บาท

ค่าอาหารประมาณ 80 บาท/เดือน/ตัว

#2 ลูกไก่ 1 ตัว ต้องการพื้นที่ในห้องกกลูกไก่ 0.5 ตารางฟุต หรือเท่ากับ 22 ตัว/ตารางเมตร การกกลูกไก่ให้ดูแลอย่างใกล้ชิด ถ้าหากอากาศร้อนเกินไปให้ดับไฟกก เช่น กลางวันใกล้เที่ยงและบ่ายๆ ส่วนกลางคืนจะต้องให้ไฟกกตลอดคืน ในระหว่างกกจะต้องมีน้ำสะอาดให้กินตลอดเวลา และว่างอยู่ใกล้รางอาหาร ทำความสะอาดภาชนะใส่น้ำวันละ 2 ครั้ง คือเช้าและบ่าย ลูกไก่ 100 ตัว ต้องการรางอาหารที่กินได้ทั้งสองข้างยาว 6 ฟุต และขวดน้ำขนาด 1 แกลลอน จำนวน 3 ขวด #3 การให้อาหารลูกไก่ ระยะกก (1-14 วันแรก) ควรให้อาหารบ่อยครั้งใน 1 วัน อาจแบ่งเป็นตอนเช้า 2 ครั้ง ตอนบ่าย 2 ครั้ง และตอนค่ำอีก 1 ครั้ง การให้อาหารบ่อยครั้งจะช่วยกระตุ้นให้ไก่กินอาหารดีขึ้น อีกทั้งอาหารจะใหม่สดเสมอ จำนวนอาหารที่ให้ต้องไม่ให้อย่างเหลือเฟือจนเหลือล้นราง ซึ่งเป็นเหตุให้ตกหล่นมาก มีน้ำสะอาดตั้งไว้ให้ไก่กินตลอดวัน และเปลี่ยนน้ำทุกๆ วัน

ให้อาหารหลายๆ ชนิดผสมกันทุกเช้า-เย็น ได้แก่ ปลายข้าว รำข้าว ข้าวโพดป่น ปลาป่น ข้าวเปลือก กากถั่ว กากมะพร้าว เป็นต้น หรือใช้หัวอาหารไก่สำเร็จรูปผสมกับรำข้าวหรือปลายข้าวก็ได้ ที่สำคัญควรมีเปลือกหอยป่นผสมเกลือป่น และผักสด เช่น ใบกระถิน ใบแค ให้ไก่กินทุกวัน เพื่อเสริมสร้างแร่ธาตุและไวตามิน#4 เริ่มจากลูกไก่ออกจากตู้ฟัก ให้ทำการตัดปากบนออก 1 ใน3 แล้วนำไปกกด้วยเครื่องกกลูกไก่เพื่อให้ไก่อบอุ่นด้วยอุณหภูมิ 95 องศา F ในสัปดาห์ที่ 1 แล้วลดอุณหภูมิลงสัปดาห์ละ 5 องศา F กกลูกไก่เป็นเวลา 3-4 สัปดาห์
ทำวัคซีนป้องกันโรคนิวคาสเซิล โรคหลอดลมอักเสบติดต่อ และโรคฝีดาษ เมื่อลูกไก่อายุ 1-7 วัน
#5- โรคนิวคาสเซิล เป็นโรคระบาดไก่ที่ร้ายแรงที่สุด อาการ หายใจลำบาก น้ำมูกไหล คอบิด ขาและปีกเป็นอัมพาต อุจจาระร่วงเป็นสีเขียว การป้องกัน ฉีดวัคซีนให้ไก่ตั้งแต่อายุ 3 เดือนขึ้นไป

- โรคฝีดาษไก่ มีตุ่มคล้ายหูดเกิดขึ้นตามผิวหนังบริเวณที่ไม่มีขน ที่หัวของฝีเป็นแผลมีสะเก็ดสีน้ำตาลปิดอยู่ ต่อมาจะแห้ง และหลุดไป หรืออีกอาการหนึ่ง คือ เป็นแผลในลำคอ น้ำลายไหลยืด มีกลิ่นเหม็นมาก ระวังอย่าให้ยุงกัดไก่เล็ก ใช้ทิงเจอร์ไอโอดีนทาตามตุ่มฝี และให้ยากิน ฉีดวัคซีนให้ไก่อายุ 1 อาทิตย์ขึ้นไป

- โรคอหิวาต์ ถ้าเป็นอย่างร้ายแรง ไก่จะตายโดยไม่แสดงอาการให้เห็น ถ้าเป็นอย่างอ่อน ไก่อาจป่วยเป็นเดือน อาการหงอยซึม เบื่ออาหาร ท้องร่วง อุจจาระเป็นสีเหลืองหรือเขียว ต้องรักษาความสะอาดในเล้าไก่ ฉีดวัคซีนให้ไก่อายุ 1 เดือนขึ้นไป

การเลี้ยงหมูในหลุม
การเลี้ยงหมูในหลุม
การเลี้ยงโคเนื้อ วัวเนื้อ
การเลี้ยงโคเนื้อ วัวเนื้อ
การเลี้ยงกระต่าย
การเลี้ยงกระต่าย
การเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่
การเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่
การเลี้ยงหมู
การเลี้ยงหมู
การเลี้ยงโคนม วัวนม
การเลี้ยงโคนม วัวนม
การเลี้ยงกบ
การเลี้ยงกบ
การเลี้ยงไก่พันธ์เนื้อ
การเลี้ยงไก่พันธ์เนื้อ
การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม
การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม
การเลี้ยงปลาดุก
การเลี้ยงปลาดุก
การเลี้ยงกุ้งก้ามกรามแบบคอนโด
การเลี้ยงกุ้งก้ามกรามแบบคอนโด
การเลี้ยงไก่พื้นเมือง
การเลี้ยงไก่พื้นเมือง






© 2014 5nok.com การเลี้ยงโคเนื้อ วัวเนื้อ || Privacy &Terms